Tag: ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ยังมีโอกาสที่จะโมฆะ

ยังเถียงกันไม่จบไม่สิ้น กับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่ยังคงเป็นประเด็นในวงการกีฬา ว่าจะทำยังไงกันต่อ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่แค่ฟุตบอลอังกฤษหรอก มันเป็นแทบทั้งโลกไปแล้ว ที่ตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดไข้โควิด19 นั้น กำลังตึงเครียดและแสนสาหัสจริงๆกับคนบนโลกนี้ ขนาดกีฬาแห่งมวลมนุษย์ชาติกลางปีนี้อย่างโอลิมปิก ก็ยังต้องโบกมือลาไปเป็นที่เรียบร้อย เลื่อนกันยาวๆ ไปจัดปีหน้าเลย

เพราะจากผลสรุปในที่ประชุมแต่ละประเทศคงไม่อยากเสี่ยงเอานักกีฬาของชาติเค้ามาลงทำการแข่งขันแน่ และหลายฝ่ายต่างก็เชื่อว่า คงไม่มีแฟนแฟนกีฬาคงไหนมานั่งดูการแข่งขันกีฬาในสภาวการณ์แบบนี้แน่นอน ซึ่งหากย้อนกลับมาที่ประเด็นของพรีเมียร์ลีกนั้น ซึ่งตอนนี้จากเดิมที่เคยแจ้งไว้ว่าจะกลับมาทำการแข่งในวันที่ 3 เมษายน นั้น

ตอนนี้ก็ต้องมีการเลื่อนออกไปอีกครั้งว่า จะกลับมาแข่งอีกทีวันที่ 30 เมษายน นั่นเลย ซึ่งหมายความระยะเวลาก็จะกินเพิ่มเข้าไปอีก ทำให้โปรแกรมต่างๆ รวมถึงฟุตบอลถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกก็จะกระทบกันลงไปด้วย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว ต่อให้ลีกอังกฤษกลับมาเตะนั้น ทุกอย่างก็คงไม่สมบูรณ์แบบสักเท่าไหร่นัก ทั้งในเรื่องของคนดู และการถ่ายทอดสด เพราะเวลานี้ หลายๆคนในอังกฤษก็เริ่มตื่นตัวและวิตกกับสถานการณ์ของโควิด กันพอสมควร และที่สำคัญนักเตะของแต่ละสโมสรอยากเล่นกันจริงๆ ใช่มั้ย เพราะทุกคนก็มีครอบครัวเหมือนกันนะ

ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายคือ ฤดูกาลนี้เป็นโมฆะ อ้าว แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่เสียผลประโยชน์หล่ะ แต่ถ้าหากเรามองกันตามความเป็นจริงแล้วในตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือคน เราไม่สามารถที่จะทำการแข่งขันต่อไปได้เลยแม้แต่น้อย และนี้ไม่ใช่เวลาของการแข่งขันกีฬา มันไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม

ซึ่งคำกล่าวเหล่านี้ เป็นคำกล่าวที่ออกมาจากผู้อำนวยการกีฬาของประเทศอังกฤษ เพราะมันชัดเจนว่า ทั่วโลกในเวลานี้ต่างเป็นเช่นไร ทุกๆที่ได้รับผลกระทบกันหมด กิจกรรมต่างๆ ต้องถูกยกเลิกไป สำหรับเกมพรีเมียร์ลีกเหลืออีกเก้าเกม เราก็แค่ต้องเริ่มต้นกันใหม่ แน่นอนทีมที่เสียผลประโยชน์อย่างยิ่งนั้นคือ ทีมลิเวอร์พูล แต่ในเรื่องใหญ่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ คงไม่มีอะไรสำคัญไปเท่ากับชีวิตคน

หากคุณยังดื้อดึงให้นักเตะลงไปเล่น มันก็จะมีแต่แย่ลงเท่านั้น และก็เชื่อว่าหลายๆสโมสรต่างก็คิดเหมือนกัน ตอนนี้เรื่องที่สำคัญและใหญ่กว่าโควิดนั้น มันคือการที่ลิเวอร์พูลจะได้แชมป์อย่างนั้นหรือ เอาเป็นว่าจะได้ไม่ได้นั้น คงขึ้นกับ สิบสี่เสียงจากจำนวน ยี่สิบเสียงน่ะแหล่ะ ว่าทุกอย่างจะเป็นโมฆะมั้ย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า

บิ๊กแมตช์เซเรียอา เปิดฉากได้เสียที

คู่แข่งขันฟุตบอลที่ดุเดือดที่สุดในอิตาลี คือ การเปิดสนามพบกันระหว่างยูเวนตุส พบอินเตอร์ มิลานในวันที่ 9 มีนาคมนี้ หลายฝ่ายจับจ้องกันว่าเกมนี้จะเปิดการแข่งขันกันต่อหรือไม่ ซึ่งเกมนี้เลื่อนมาจากโปรแกรมเดิมที่จะแข่งวันที่ 1 มีนาคมก่อนที่จะเกิดเหตุไวรัส โคโรน่าที่อิตาลี

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีประกาศอย่างเป็นทางการว่าการแข่งขันฟุตบอลจะต้องลงแข่งท่ามกลางสนามปิด เพราะว่าตรวจพบผู้ที่ติดเชื้อไวรัส covid-19 ทางตอนเหนือของอิตาลี และสองวันต่อมาสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ตัดสินใจเลื่อนการแข่งขัน ดาร์บี้แมตช์ของทางฝั่งอิตาลี เกมยูเวนตุส vs อินเตอร์ มิลานออกไป ซึ่งพวกเขาประกาศก่อนเริ่มเกมเพียง 36 ชั่วโมงเท่านั้น 

แฟนอินเตอร์ มิลานก็ออกไปประท้วงเพราะว่าไม่ต้องการให้เลื่อนแข่ง แต่เปาโล ดัล ปิโน่ประธานเซเรีย อา โดยท่านประธานของอินเตอร์ สตีเฟ่น ซางถึงกับกล่าวหาว่า เปาโล ทำงานได้ตลกมาก

อย่างไรก็ตามเกมช่วงวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 4  เกมก็ถูกเลื่อนออกไปก่อนหน้านี้ และถ้าอินเตอร์ผ่าเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลโคปป้า อิตาเลียหรือ ยูโรป้า ลีก พวกเขาจะมีโปรแกรมชุดช่วงท้ายฤดูกาลแน่

และสุดท้ายเกมนี้ถูกตัดสินใจให้มาแข่งกันวันที่ 9 มีนาคมนี้ โดยการแข่งขันจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และก่อนหน้าที่จะแข่งในวันพฤหัสทางเจ้าหน้าที่ของทั้งยูเว่ และอินเตอร์เข้ามาตรวจสอบสถานการณ์อยู่ก่อนแล้ว

ดาร์บี้แห่งอิตาเลีย เกมนี้ทั้งสองทีมไม่ได้เป็นทีมจ่าฝูง เพราะว่าลาซิโอ ที่ลงสนามมากว่า ขึ้นนำเหนือทั้งคู่ไปแล้วด้วยการทีม 62 แต้ม จาก 26 เกมแต่ว่ายูเวนตุสที่มี 60 แต้มจากการลงสนาม 25 เกม (น้อยกว่าลาซิโออยู่ 1 เกม) ส่วนอินเตอร์มี 54 แต้มจาก 24 เกม หากว่าเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดก็ยังมีแต้มตามหลัง ลาซิโออยู่ดี

ยูเวนตุสฟอร์มนัดล่าสุดจริงๆ คือการออกไปเยือนลียง ที่ฝรั่งเศส ในรายการแชมเปี้ยนส์ลีกวันที่ 26 กุมภาพันธ์แล้วก็แพ้ 1-0 นับเป็นผลงานที่ย่ำแย่ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ในช่วงนี้ โดยทีมใช้จ่ายเงินไปมากกว่า 200 ล้านยูโรเมื่อซื้อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และมัทไธส์ เดอ ลิกต์แต่ว่าก็ยังแพ้ต่อลียงทีมอันดับ 5 ของลีกเอิง

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกมากที่สุดในประเทศ แต่ว่าเมื่อมองดูดีๆ แล้ว มีเพียง 6 จาก 19 เกมที่พวกเขาชนะทีมคู่แข่งมากกว่า 1 ประตู คือเป็นการเบียดชนะซะมากกว่า 

โรนัลโด้ยังเป็นนักเตะคีย์แมนคนสำคัญของทีม เมื่อยิงได้ 16 ประตูจาก 11 เกมในเซเรีย อา และเขายังเล่นเข้ากับ เปาโล ดิบาล่า ได้เป็นอย่างดี 

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจวันนี้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้: “ตอนเด็ก ๆ ผมเคยคิดว่าพออายุ 35 ปีผมคงเป็นแค่ชาวประมงจน ๆ”

 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนเด็ก ๆ เขาเคยคิดว่าคงเป็นได้แค่ชาวประมงจน ๆ เท่านั้นเมื่ออายุ 35 ปี อย่างไรก็ตามใครจะคาดคิดล่ะว่าเด็กน้อยจากมาเดร่าในตอนนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลและมีรายได้มหาศาลอย่างที่เราได้เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้

 

โรนัลโด้ เพิ่งจะฉลองวันเกิดอายุครบ 35 ปีไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในฐานะนักฟุตบอลเขาประสบความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลส่วนตัว รวมทั้งแชมป์กับทั้งสโมสรและทีมชาติมากมาย โดยปัจจุบันเขารับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์กับ ยูเวนตุส และยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับหลากหลายแบรนด์ทั้ง จอร์โจ้ อาร์มานี่, เคเอฟซี, เฮอร์บาไลฟ์ รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองอย่าง CR7 

 

เท่านั้นไม่พอนอกจากนี้แล้วเขาเซ็นสัญญาแบบตลอดชีวิตกับ ไนกี้ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2003 โดยมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านปอนด์เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ เติบโตขึ้นมาในครอบครัวฐานะยากจนในกรุงมาเดร่า ประเทศโปรตุเกส ที่ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ว่าเคยแม้แต่กระทั่งขอเบอร์เกอร์มากินสมัยที่เป็นนักเตะเยาวชนของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เพื่อประทังชีวิตตัวเอง

 

“ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ๆ ผมคิดว่าพออายุ 35 ปีไปผมคงจะเป็นชาวประมงจน ๆ ในมาเดร่า บอกตามตรงเลยนะมันไม่เคยมีความคิดผ่านเข้ามาในหัวเลยว่าผมจะได้มาเล่นฟุตบอลที่ไหนสักแห่งและคว้าแชมป์มากมายเหมือนที่ผมทำได้ในเวลานี้” โรนัลโด้ กล่าวกับ Canal 11 สื่อของโปรตุเกส

 

จากเด็กยากจนในตอนนั้นเขากลายเป็นเศรษฐีด้วยฟุตบอลที่เขาหลงใหลตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งในวันเกิดอายุ 35 ปีที่ผ่านมา จอร์จิน่า โรดริเกซ แฟนสาวของโรนัลโด้ ได้มอบของขวัญสุดพิเศษเป็นรถหรู เมอร์ซีเดส เบนซ์ บราบัส ราคา 600,000 ปอนด์อีกด้วย

 

จอร์จิน่า ได้โพสต์ลงบนอินสตาแกรมพร้อมกับแคปชั่นว่า “ขอแสดงความยินดีกับผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน! ฉันพิสูจน์ความรักของฉันที่มีต่อคุณด้วยของขวัญที่ฉันมอบให้กับคุณนะ”

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

ทำเต็มที่แล้ว  รัชนก นั้นพ่ายแพ้โอกูฮาระขาดแบดเวิลด์ทัวร์

ในการที่แข็งขันแบดมินตันทัวร์นาเมนท์เป็นรายการสุดท้ายของ 2019

ในศึก เอชเอสบีซี  บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร ไฟนอล 2019 ที่ชิงเงินรางวัลสูงถึง 105 ล้านเหรียญสหรัส  หรือว่าราว 45 ล้านบาท ที่เมืองกว่างโจว ที่ประเทศจีน ในเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม  62 ซึ่งเป็นกลางที่ลงแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มแมตช์ที่สุดท้าย 

สำหรับกีฬาที่ผ่านมาเข้ามาในรายการเวิลด์ทัวร์ไฟนอล  2019 จะต้องทำการเก็บคะแนนในระดับ บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ทั้งหมด 37 รายการตลอดปี 2019 ได้ที่สุดเป็นอันดับ 1-8 อันดับแรกของประเทศ แต่ดันได้แชมป์โลกปี2019 

ส่วนในประเภทหญิงเดี่ยว กลุ่ม บี เมย์  รัชนก อินทนนท์ เป็นมืออันดับที่ 5 ของโลก ที่มี ผลงานชนะ 1 แพ้ 1 เจอกับ โนโซมิ โอกูฮาระมืออันดับสามของโลก 

จากญี่ปุ่นที่ชนะ มาสองแมตซ์รวดและแมตช์นี้จำเป็นที่สาวไทยนั้นชนะเท่านั้นเพื่อที่จะได้ลุ้นเข้ารอบซึ่งในเกมแรกนั้นโอกูฮาระนั้นเป็นฝ่ายเริ่มต้นและสามารถปิดช่วงในเกมครึ่งแรกได้ก่อนที่  11-3 แล้วพอเข้าช่วงครึ่งเกมหลังโอกูฮากระที่พยายามเร่งเครื่องพยายามทำคะแนนได้อย่างต่อเนื่องและก็นำขึ้นมาห่าง 14-4 ซึ่ง เมย์ รัชนกนั้นเริ่มจับหาจังหวะเกมของตัวเองเพื่อที่จะพยายามทำแต้มให้ขึ้นมาและก็ไล่ขึ้นมาที่ 10-16 และหลังจากนั้นเล่นได้ดีขึ้นและไล่แต้มขึ้นมา เป็น  14-19 แต่สุดท้ายกลายเป็น โนโซมิโอกูฮาระ ที่สามารถตีเก็บแต้มรวดและเอาชนะเกมแรกได้ก่อน 24-14 เกมยังเป็นโอกูฮาระที่สามารถเริ่มต้นได้ดีกว่า

โดยขึ้นนำ 5-1 โอกูฮาระเร่งทำคะแนนจนจบครึ่งเกมได้ที่ 11-2 เข้าสู่ครึ่งเกมหลังกูฮาระยังและยังเล่นได้เหนือกว่าขึ้นนำห่าง 14-7 เข้าสู่ปลายเกมและยังเป็นกูฮาระโชว์ฟอร์มได้เหนือกว่าและยังทำแต้มได้ดีและหนีห่างเป็น 18-10  แล้ว เป็นโนโซมิ โอกูฮาระมาปิดเกมที่สองได้ 21-12 โนโซมิ โอกูฮาระชนะ 2-0 เกม สามารถใช้เวลาในการแข่งขัน 41 นาที ทำให้โนโซมิ โอกูฮาระ ที่สามารถเข้ารอบรองชนะเลิศ ด้วยอันดับที่ 1 ของกลุ่มสถิติชนะ3 นัดรวด และส่วนน้องเมย์รัชนก นั้นตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย  

 

    ขณะที่อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มืออันดับ 16 ของโลก แพ้ ไถ้ ซื่อหยิง มืออันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน 0-2 เกม 14-21,9-21 ทำให้บุศนันทน์แพ้สามเกมรวดตกรอบ ส่วน ไถ้ ซื่อหยิง ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นอันดับสองของกลุ่ม

 

สนับสนุนบทความโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

สิ่งที่ทำให้คนจดจำชื่อ Zinedine Zidane ได้เป็นอย่างดี

นักฟุตบอลทั่วโลกทั้งสมัครเล่น และนักฟุตบอลอาชีพรู้จักเขาเป็นอย่างดี

Zinedine Zidane มิดฟิลด์ตัวรุกของทีมชาติฝรั่งเศษสิ่งที่ทำให้หลายคนจดจำซีดานได้เด่นชัดก็ด้วยเทคนิคการเล่นบอลเหมือนกับการเต้นระบำ ที่พลิ้วไหวและสวยงามมากจนวันที่เลิกเล่นฟุตบอล ชื่อของซีดานก็ยังของอยู่ในทำเนียบของนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาลและในใจของแฟนบอลทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัยในชีวิตของการค้าแข้ง ซีดานคือนักฟุตบอลตัวหลักที่ทำให้ทีมชาติฝรั่งเศษสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

และเป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกเมื่อปี 1998 และได้แชมป์ยูโรอีกครั้งในปี 2000 จึงไม่ต้องสงสัยว่าซีดาน คือคนสำคัญในทีมมากแค่ไหนและในการพาทีมคว้าแชมป์โลกในปีนั้น ก็ทำให้ซีดานได้รางวัลบัลลงดอร์มาครองในปีเดียวกันด้วย

Zinedine Zidane ถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางการค้าแข้งอีกคนหนึ่งไม่แพ้โรนัลโด้และเมสซี่ในยุคนี้แต่สิ่งที่ทำให้คนจัดจำชื่อ Zinedine Zidane ได้มากกว่าครั้งไหนๆนั้นก็มาจากเหตุการณ์ฟุตบอลโลกปี 2006 ที่ซีดานได้ใช้ศีรษะของตัวเองโขกไปยังหน้าอกของ Marco Materazzi นักเตะชาวอิตาลี ในศึกฟุตบอลโลกรอบชิงจนเป็นสาเหตุทำให้ซีดานโดนใบแดงและสุดท้ายก็พ่ายให้กับอิตาลีด้วยการโดนจุดโทษรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั่วโลกที่ดูฟุตบอลในนัดนั้น โดยเฉพาะแฟนบอลชาวฝรั่งเศส

ที่ทุกคนฝากความหวังในการคว้าแชมป์ให้กับฝรั่งเศษอย่างมากต่างรู้จักชื่อของซีดานเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นเรื่องแย่ๆที่ซีดานฝากไว้ในโลกของฟุตบอลก่อนจบเส้นทางการค้าแข้งของเขาลงและหลังจากที่ Zinedine Zidane ได้ยุติเส้นทางของนักฟุตบอลก็ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ให้กับซีดานเอาไว้ด้วยเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้จดจำโดยอนุสาวรีย์ที่ได้สร้างขึ้นนั้นก็เป็นเหตุการณ์ตอนที่ซีดานใช้หัวโขกมาเตราซซี่นั่นเอง และตั้งชื่อว่า Zidane headbutt ซึ่งจะทำให้คนที่ได้เห็นอนุสาวรีย์นี้ ระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวได้ไม่มีลืม