คงไม่มีฤดูกาลไหนแย่ไปกว่านี้แล้วสำหรับฟอร์มการเล่นและผลงานของทีมบาร์เซโลน่า ที่เรียกได้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบสิบปี นับตั้งแต่มีชายที่ชื่อว่า ลีโอเนล เมสซี่ เป็นผู้นำ ซึ่งหลายๆคนก็ไม่อยากจะเชื่อกับความแพ้พ่ายที่เรียกได้ว่าหมดทางสู้ต่อเสือใต้ บาเยริน์ มิวนิค ซึ่งหากจะย้อนกลับไปมองที่สาเหตุของความพังในฤดูกาลนี้ของทีมต่างดาวนั้น คงต้องบอกได้ว่าจุดเริ่มต้นน่าจะเริ่มมาตั้งแต่การปลดบัลเบร์เด้ ผู้จัดการทีมคนเก่า

และได้แต่งตั้ง กีเก้ เซเตียน ขึ้นมา ซึ่งตั้งแต่ปลดแล้วตั้งแต่กุนซือคนนี้ คำถามก็เริ่มมีมากมายตั้งแต่ต้นแล้ว แต่บอร์ดบริหารก็ยังคงดื้อแพ่งและทำเหมือนเดิม และพอเริ่มต้นเอาเข้าจริง ทรงบอลก็ไม่ได้ดูดีขึ้นกว่ายุคของบัลเบร์เด้ แต่อย่างใด และไอ้ตอนที่ปลดผู้จัดการทีมคนเก่านั้น ทางบาร์เซโลน่าก็ยังคงนำเป็นจ่าฝูงอยู่ด้วย

เพียงแต่รูปเกมอาจจะไม่ได้ดุดันเหมือนยุคก่อนๆก็เท่านั้น บอร์ดพี่แกก็ใจร้อนปลดตามอารมณ์ซะอย่างนั้น และในส่วนตอนสมัยที่บัลเดลเด้ เองนั้น สมัยตอนที่คุมรีล เบติส ก็ถือว่าผลงานนั้นเข้าตา เกมรุกจัดจ้านเล่นมันส์สุดๆ แต่ต้องเข้าใจเกมฟุตบอลกันนิดนึงว่า นักเตะแต่ละทีมนั้นไม่เหมือนกัน จริงอยู่รีลเอเบติสเล่นมันส์ แต่กับเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า นั้นเล่นมันส์อย่างเดียวไม่พอ ต้องยิงได้เยอะด้วย ไม่งั้นจะไม่ถูกใจแฟนบอล

ซึ่งผลงานของกุนซือคนนี้นั้นแกคุมไปทั้งหมดยี่สิบห้าเกม เป็นการชนะสิบหกนัด เสมอสี่นัด และแพ้ห้านัด หากสถิตินี้เป็นกับทีมอื่น เรียกได้เลยว่านี่คือสุดยอดผู้จัดการทีม แต่พอมาเป็นกับบาร์เซโลน่านั้น ถือว่าไม่เข้าตาและล้มเหลว จึงทำให้โดนปลดซะอย่างนั้น แต่หากคิดในทางกลับกันถ้าวันนี้ บัลเดลเด้ ยังคุมทีมบาร์ซ่าอยู่ เจ้าบุญทุ่มอาจจะป้องกันแชมป์ได้นะ

เพราะการที่ทีมใดทีมหนึ่งเปลี่ยนผู้จัดการทีมกลางทางระหว่างกลางฤดูกาลนั้นย่อมมีปัญหาไม่มากก็น้อย เพราะผู้เล่นทั้งทีมและตัวผู้จัดการทีมคนใหม่ต้องมานั่งจูนวิธีการเล่นและแผนการเล่นของกันและกันใหม่ ซึ่งอย่างน้อยกว่าจะจูนติดก็ต้องใช้เวลาเกือบสามถึงห้านัด นั่นจึงเป็นปัญหาที่ทางบอร์ดได้ตัดสินใจผิดพลาด

ตั้งแต่ตอนนั้นจนสุดท้าย บาร์เซโลน่าก็พลาดท่า ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลยในปีนี้แม้แต่ถ้วยเดียว แถมที่สำคัญยังก่อให้เกิดผลการแข่งขันที่เรียกว่ารับไม่ได้กันทั้งหมดไม่ว่าทั้งตัวนักเตะเองหรือแฟนบอลบาร์เซโลน่า

 

 

สนับสนุนโดย.    เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีไม่ต้องฝาก